เลือดบวกคือ

เลือดบวกคือ อะไร ในความหมายของด้านเอชไอวีและเอดส์ มันคือการแสดงผลของเลือดหลังจากที่เราได้เข้ารับการตรวจเชื้อเอชไอวีในร่างกายของมนุษย์ โดยทางการแพทย์จะแสดงผล เพื่อระบุว่า ผู้ที่ได้รับการตรวจติดเชื้อหรือไม่ ก่อนที่เราจะไปดูความหมายที่แท้จริงของเลือดบวก เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเอชไอวีและเอดส์กันก่อนดีกว่า

เอชไอวี (HIV) คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง โดย HIV เป็นคำย่อที่เรารู้จักกันทั่วไป ซึ่งชื่อเต็มมาจากคำว่า Human Immunodeficiency Virus ปัจจุบันเชื้อเอชไอวีพบอยู่ 2 ชนิดทั่วโลก ได้แก่ เอชไอวี-1 (HIV-1) และ เอชไอวี-2 (HIV-2) ทั้งสองประเภทสามารถนำมาซึ่งการได้รับเชื้อในมนุษย์ได้หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นโรคติดเชื้อที่สามารถส่งต่อหรือติดต่อกันในมนุษย์ ทั้งนี้เอชไอวี-1 จะพบผู้ติดเชื้อได้ทั่วไปในแถบทวีปยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกา และก็ศูนย์กลางของทวีปแอฟริกา ขณะที่เอชไอวี-2 จะพบผู้ติดเชื้อได้ในแถบของอินเดีย และแอฟริกาตะวันตกเป็นส่วนมาก

เอดส์ (AIDS) คือ ขั้นสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี เป็นการเรียกอาการของการติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายล้มเหลว เนื่องจากถูกเชื้อไวรัสเอชไอวีทำลายจนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสนั้นต่อไปได้อีกรวมถึงไม่สามารถต่อสู้กับเชื้ออื่น ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ และเสียชีวิตในที่สุด AIDs ย่อมาจากคำว่า acquired immune deficiency syndrome

ทั้งนี้ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีสามารถยับยั้งอาการของโรคไม่ให้พัฒนาไปเป็นโรคเอดส์ได้ และมีอายุขัยเท่ากับคนทั่วไป เพราะฉะนั้นที่เราเรียกกันติดปากว่า คนนั้นติดเอดส์ คนนี้เป็นเอดส์ ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป

เอชไอวีติดต่อได้ทางไหนบ้าง
– การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน รวมถึงการรับเลือดและการถ่ายเลือด
– ทางการร่วมเพศ ไม่ว่าจะรูปแบบไหน โดยที่ไม่มีการป้องกันหรือสวมใส่ถุงยางอนามัย
– จากมารดาสู่ทารก (Vertical Transmission)

อาการของโรคเอดส์มีดังนี้
• ปอดอักเสบ
• มีอาการซึมเศร้า สูญเสียความทรงจำ รวมทั้งอาการทางระบบประสาทอื่น ๆ
• ท้องเสียเรื้อรังเป็นเวลานานกว่า 7 วัน
• มีอาการอ่อนเพลียเมื่อยล้าผิดปกติ
• ลักษณะของการมีไข้ที่กลับมาเป็นบ่อย ๆ
• เหงื่อออกมากในเวลากลางคืน
• น้ำหนักลดอย่างเร็ว
• มีผื่นตามผิวหนัง จมูก ในปากและเปลือกตา
• แผลที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก และริมฝีปาก
• อาการบวมที่ต่อมน้ำเหลืองรอบ ๆ คอ ขาหนีบและรักแร้
อย่าพึ่งตกใจไป เพราะว่าอาการของโรคดังกล่าวอาจไม่ใช่อาการของโรคเอชไอวีเสมอไป วิธีที่ดีที่สุดคือ ตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี (HIV test)

การวินิจฉัย หรือ การแปลผลเลือดการตรวจเอชไอวี
เลือดบวกคือ อะไร ? หลังจากที่ทำการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีแล้ว ผลเลือดที่ได้จะสามารถวินิจฉัยได้ 2 แบบ คือ
1. ผลเลือด Positive หรือ Reactive หรือที่เราเรียกกันว่า ผลเลือดเป็นบวก ความหมายคือ มีการติดเชื้อเอชไอวี พบเชื้อเอชไอวีในร่างกาย
2. ผลเลือด Negative หรือ Non-Reactive หรือที่เราเรียกกันว่า ผลเลือดเป็นลบ ความหมายคือ ไม่มีการติดเชื้อเอชไอวี ตรวจไม่พบเชื้อเอชไอวี
อย่างไรก็ตามต้องระวังผลบวกปลอม (False positive) คือ อาจจะไม่ได้ติดเชื้อ แต่ผลตรวจออกมา positive พบได้น้อยมากในกรณีดังกล่าว และระวังผลลบปลอม (False negative) คือ มีการติดเชื้อ แต่ผลตรวจออกมาเป็น negative กรณีเกิดขึ้นได้เนื่องจาก ช่วงเวลาที่เราตรวจอาจเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในระยะฟักตัวของเชื้อ เรียกระยะนี้ว่า Window period ดังนั้นทั้งสองกรณี แนะนำให้ตรวจซ้ำที่ 3-6 เดือน อีกครั้ง หรือหากได้รับการยืนยันจากแพทย์แล้วก็สามารถสบายใจได้

การตรวจหาเชื้อเอชไอวี ในปัจจุบันสามารถตรวจได้ 3 รูปแบบ ดังนี้
1. การตรวจหาแอนติบอดี (Antibody) หรือ Anti-HIV เป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกัน จะเริ่มตรวจพบหลังรับเชื้อได้ประมาณ 3 สัปดาห์
2. การตรวจหาส่วนประกอบของเชื้อเอชไอวี แบ่งเป็น
– ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ วิธีการที่เรียกว่า nucleic acid test หรือที่เรารู้จักกันว่า ตรวจ NAT จะเริ่มตรวจพบหลังรับเชื้อได้ภายใน 3-7 วัน
– ตรวจหาโปรตีนของเชื้อ p24 antigen testing เริ่มตรวจพบเชื้อได้ภายใน 14-15 วัน หลังรับเชื้อ แต่มีความไวในการตรวจต่ำ คือ ตรวจไม่ค่อยเจอ
3. การตรวจหาแอนติบอดีและตรวจหาโปรตีนของเชื้อร่วมกัน

เอชไอวีป้องกันได้ ดังนั้นโปรดระมัดระวังในการใช้ชีวิต ป้องกันทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หรือหากรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงก็ควรที่จะไปตรวจเลือดหาเชื้อ เพื่อลดโอกาสในการแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด บริจาคเลือด รับเลือด การใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น และการส่งต่อไปยังลูกสุดที่รักของคุณเอง หากคุณอายที่จะไปตรวจตามสถานพยาบาล ปัจจุบันก็มีชุดตรวจเอชไอวีที่สามารถตรวจด้วยตนเองที่บ้านออกมาจำหน่ายแล้ว ข้อดีของการตรวจเอชไอวี หากผลที่ได้ออกมาว่าไม่พบเชื้อก็ทำให้คุณสบายใจและดำรงชีวิตอย่างปกติสุขต่อไป แต่ถ้าหากผลออกมาพบว่ามีการติดเชื้อ คุณจะได้ทำการเข้ารักษาอย่างรวดเร็วเพื่อให้เชื้อเอชไอวีไม่ลุกลามพัฒนาไปเป็นเอดส์ มีอายุขัยที่ยาวนานขึ้นสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นต่อไปได้อย่างคนปกติ