ชุดตรวจโรคติดต่อทาง เพศ

ชุดตรวจโรคติดต่อทาง เพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ โรคที่สามารถติดต่อได้จากผู้ที่ป่วยไปถึงผู้ที่ยังไม่ป่วย หรือติดต่อจากคนหนึ่งไปสู่คนอื่น ๆ ได้ หากมีเพศสัมพันธ์กัน

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือ กามโรค ที่พบในปัจจุบัน ได้แก่ โรคติดเชื้อเอชไอวี หนองในแท้-เทียม เริมที่อวัยวะเพศ หูดหงอนไก่ ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบ บี แผลริมอ่อน พยาธิในช่องคลอด เป็นต้น

โดยทั่วไปสามารถรักษาให้หายได้ แต่ต้องรักษาในระยะที่ยังไม่รุนแรง เพราะหากรุนแรงถึงขั้นลุกลามถึงสมอง หัวใจ เสี่ยงเสียชีวิตสูงมาก ยกเว้นโรคติดเชื้อเอชไอวี ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายได้ มีเพียงยาต้านไวรัสที่ช่วยกดเชื้อไว้ไม่ให้เจริญเติบโตเพิ่มจำนวน

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงในการติดโรค
1. คนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ โดย มากกว่า 1 คน ในระยะเวลาเดือน
2. มีประวัติป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ใน 1 ปีที่ผ่านมา หรือกำลังป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
3. ผู้ที่ไม่ชอบสวมใส่ถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์

การดูแลและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
1. ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
2. ตรวจโรคประจำปี
3. เรียนรู้ศึกษาข้อมูลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
4. งดมีเพศสัมพันธ์เมื่อฝ่ายหญิงมีรอบเดือน
5. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
6. หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด เพราะเสี่ยงต่อการเกิดแผลทำให้ติดเชื้อง่าย
7. สวมใส่ถุงยางอนามัยเมื่อต้องการมีเพศสัมพันธ์
ถึงแม้ว่าเราสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศได้โดยการสวมใส่ถุงยางอนามัย แต่ถุงยางอนามัยไม่ได้ป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ รู้หรือไม่ว่า ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศโดยมีประสิทธิภาพเท่าไหร่กันบ้าง
– ป้องกันได้มากกว่า 90% สำหรับ โรคเอชไอวี
– ป้องกันได้มากกว่า 90% สำหรับ โรคไวรัสตับอักเสบ บี
– ไม่ได้ผลหรือป้องกันได้น้อยกว่า 10% สำหรับ โรคหูดหงอนไก่
– ป้องกันได้ 50 – 90% สำหรับ โรคหนองในเทียม
– ป้องกันได้มากกว่า 90% สำหรับ โรคหนองในแท้
– ป้องกันได้มากกว่า 90% สำหรับ โรคพยาธิในช่องคลอด
– ป้องกันได้ 50 – 90% สำหรับ โรคซิฟิลิส
– ป้องกันได้ 50 – 90% สำหรับ โรคเริม
– ป้องกันได้ 50 – 90% สำหรับ โรคแผลริมอ่อน
จะเห็นได้ว่าถุงยางอนามัยไม่ได้ป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จริง ๆ ดังนั้นสิ่งที่เราควรปฏิบัติ คือ ควรดูแลและป้องกันตัวเองเสมอ

จะทราบได้อย่างไรว่า คุณติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคใดโรคหนึ่งแล้วหรือยัง ?
หมั่นสังเกตอาการของตัวเอง เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ โดยอาการทั่ว ๆ ไปสำหรับการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะโรคใดโรคหนึ่ง คือ
– ผู้ชาย มีอาการแสบ ๆ ขัด ขณะปัสสาวะ ขาหนีบบวมผิดปกติ มีฝีขึ้น รู้สึกเจ็บปวดบริเวณอวัยวะเพศ มีผื่น หรือตุ่ม มีแผลที่อวัยวะเพศ มีเมือกใสหรือหนองในไหลออกมา
– ผู้หญิง รู้สึกเจ็บ ๆ เสียว ๆ ท้องน้อย ขาหนีบบวม เป็นฝี เจ็บปวด คันอวัยวะเพศ พบผื่น ตุ่มขึ้นตามตัว พบแผลบริเวณอวัยวะเพศ ตกขาวมีกลิ่นเหม็นสีเหลือง

การที่จะทราบว่าตนเองติดเชื้อหรือไม่ สิ่งที่สามารถทำได้ คือ หมั่นตรวจโรคเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงมาก สมควรตรวจอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน นับจากวันที่ได้รับความเสี่ยง โดยเดินทางไปตรวจได้ที่ตามสถานพยาบาลต่าง ๆ แนะนำให้ติดต่อสอบถามก่อนเข้ารับการตรวจ เพราะสถานพยาบาลบางแห่งนั้น ก็ไม่มีอุปกรณ์เพียงพอในการตรวจทุกโรค

ทั้งนี้การตรวจที่สถานพยาบาล อาจจะเลือกดูเป็นแพ็คเกจการตรวจโรคติดต่อ หรือเลือกตรวจเฉพาะโรคได้ ซึ่งราคาก็จะถูกแพงแตกต่างกันไป

ชุดตรวจโรคติดต่อทาง เพศ นั้น จะถูกจัดซื้อได้เฉพาะสถานพยาบาลเท่านั้น ปัจจุบันยังไม่มีการอนุญาตหรืออนุมัติให้สามารถหาซื้อมาตรวจเองได้ ยกเว้นโรคเอชไอวี เนื่องจากทางคณะกรรมการอาหารและยาได้ปลดล็อก ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองแล้ว โดยแนะนำให้เลือกซื้อเฉพาะที่ผ่านมาตรฐานอย.ไทย ส่วนชุดตรวจอื่น ๆ รวมถึงชุดตรวจเอชไอวี ที่มีขายกันทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น ทั้งในและต่างประเทศ ที่มีออกมาวางจำหน่ายนั้น ผู้ตรวจควรเลือกซื้อจากที่มีเลข อย.ไทย คือ ไม่ควรซื้อจากที่นำเข้ามาขายจากต่างประเทศ เพราะไม่ได้มีการรับรองโดยไทย แม้ว่าจะมีมาตรฐานมากแค่ไหนจากผู้ผลิตก็ตาม

 

หากอยากมั่นใจในทุกครั้งที่ตรวจ โปรดซื้อชุดตรวจเอชไอวีกับร้านที่น่าเชื่อถือและมีมาตรฐานรับรอง

สนใจสอบถาม-สั่งซื้อสินค้า Click เพื่อ Add LINE สอบถามได้เลยค่ะ

ร้านขายยามีชุดตรวจเอดส์ไหม